COR
ระบบการรับรอง
แบ่งเป็นการรับรองบุคคลและการรับรององค์กร การรับรองบุคคลพิสูจน์ว่าวิศวกรมีความสามารถตามระดับนั้น ส่วนการรับรององค์กรประเมินทั้งระบบด้วยแบบจำลองวุฒิภาวะ
การรับรองบุคคล
| ระดับ | ชื่อ | ตำแหน่งความสามารถ | วิธีประเมิน |
|---|---|---|---|
| COR-A | ระดับผู้ช่วยงานปฏิบัติการ | เข้าใจระบบมาตรฐาน และลงมือทำงานได้อย่างถูกต้องภายใต้ระเบียบที่มีอยู่ | ข้อสอบข้อเขียน และการตัดสินตามสถานการณ์ |
| COR-P | ระดับผู้เชี่ยวชาญงานปฏิบัติการ | เขียนระเบียบและขั้นตอนการทำงานได้ ออกแบบรายการตรวจสอบและเกณฑ์ตรวจรับได้ | ข้อสอบข้อเขียน การประเมินภาคปฏิบัติ และการตรวจเอกสาร |
| COR-E | ระดับผู้ชำนาญการงานปฏิบัติการ | ออกแบบระบบทั้งหมดได้ ขีดเส้นแบ่งคนกับเครื่องได้ กำหนดตำแหน่งประตูควบคุมได้ | การประเมินภาคปฏิบัติ การชี้แจงการออกแบบระบบ และการทบทวนโดยผู้ร่วมวิชาชีพ |
หมายเหตุด้านและอายุการรับรอง
เหนือสามระดับยังมีหมายเหตุด้าน ครอบคลุมหกทิศทาง คือเครือข่าย โทรคมนาคม ศูนย์ข้อมูล โฮสติ้ง แพลตฟอร์ม และระบบ หมายเหตุไม่ใช่ใบรับรองอิสระ แต่เป็นการระบุด้านที่เชี่ยวชาญบนระดับที่มีอยู่แล้ว การออกแบบนี้เป็นไปโดยเจตนา เพราะสมาคมเห็นว่าความสามารถแกนของงานปฏิบัติการเป็นสิ่งที่ใช้ร่วมกันข้ามด้าน ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจึงควรตั้งอยู่บนความสามารถร่วมนั้น ไม่ใช่มาแทนที่
การรับรองบุคคลมีอายุสามปี การต่ออายุต้องเรียนตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานการมีส่วนร่วมในภาคปฏิบัติ ข้อกำหนดการต่ออายุมีอยู่ไม่ใช่เพื่อเก็บค่าธรรมเนียม แต่เพราะเทคโนโลยีและภาคปฏิบัติของสาขานี้เปลี่ยนเร็ว ใบรับรองที่ได้มาเมื่อสิบปีก่อนและไม่เคยต่ออายุ ย่อมพิสูจน์ความสามารถปัจจุบันของผู้ถือไม่ได้
การรับรององค์กร
ก็คือการประเมินวุฒิภาวะ COR-MM ผลแสดงเป็นระดับรวมและระดับรายด้านพร้อมกัน องค์กรที่ผ่านการประเมินใช้เครื่องหมายที่สอดคล้องได้ภายในกำหนดเวลา และถูกบรรจุในทะเบียนองค์กรที่ได้รับการรับรองซึ่งสมาคมเปิดเผย
สิ่งที่ใบรับรองพิสูจน์คือ องค์กรนี้มีระบบระดับนั้นในเวลาที่ประเมิน ไม่ใช่ องค์กรนี้จะไม่เกิดเรื่อง
องค์กรระดับใดก็อาจเกิดอุบัติการณ์ร้ายแรงได้ ความต่างอยู่ที่ว่าหลังเกิดเหตุแล้วระบุสาเหตุได้แม่นยำหรือไม่ และป้องกันไม่ให้เหตุแบบเดียวกันเกิดซ้ำได้หรือไม่ สมาคมย้ำจุดนี้ในเอกสารเผยแพร่ทุกฉบับ เพื่อเลี่ยงไม่ให้ใบรับรองถูกอ่านผิดเป็นการรับประกันคุณภาพบริการ